วิธีทำ “แจ่วฮ้อนปลา” เมนูอาหารอีสานรสแซ่บเข้มข้นสะใจ!!

ทำ เมนู “แจ่วฮ้อนปลา” เมนูอาหารอีสานที่น่าจะถูกใจสมาชิกร่วมโต๊ะอาหารไม่น้อยเลย จิ้ม ๆ จุ่ม ๆ พร้อมซดน้ำซุปรสเด็ด ไม่รอช้ามาดูวิธีทำกันเลย

 

วัตถุดิบสำหรับทำแจ่วฮ้อนปลา

  1. กระดูกหมูเอียวเล้ง 600 กรัม
  2. ตะไคร้ หั่นท่อน 4 ต้น
  3. ข่าแก่ หั่นท่อน 100 กรัม
  4. ใบมะกรูด 4 ใบ
  5. เกลือสมุทร 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลาร้าปลากระดี่ 6 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำสะอาด 2.5 ลิตร
  8. เนื้อปลาทับทิม 400 กรัม
  9. น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  10. งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ต้นหอม 100 กรัม
  12. ผักกาดขาว 150 กรัม
  13. ใบโหระพา 100 กรัม
  14. น้ำจิ้มสุกี้ สำหรับจัดเสิร์ฟ

 

วิธีทำ

1 : ต้มน้ำซุป – ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 5 นาที นำขึ้นล้างน้ำอีกครั้งจนหมด

    คราบเลือด ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ ปิดฝา ต้มด้วยไฟกลางให้น้ำเดือด จาก

    นั้นเปิดฝาใส่ตะไคร้และข่า ต้มให้เดือดอีกครั้ง – ตามด้วยการใส่น้ำปลาร้า

    เคี่ยวน้ำซุปให้หอมและเพิ่มความข้นนาน 45 นาที กรองผ่านกระชอนเอา

    เฉพาะน้ำซุปใสใส่หม้ออีกใบเพื่อเตรียมไว้

 

    การใส่น้ำปลาร้าลงในน้ำซุป ให้ใส่ตอนที่น้ำซุปเดือดเพื่อไม่ให้น้ำซุปมี

    กลิ่นคาว และเพิ่มกลิ่นหอมให้มากขึ้น หากไม่ชอบไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ

 

2 : หมักเนื้อปลา – นำเนื้อปลามาสไลซ์เป็นชิ้นบาง ๆ หมักกับน้ำมันงาและงา    

     คั่ว พักไว้เตรียมจัดเสิร์ฟ

Please follow and like us:

รวมสูตรอาหารอีสาน “ประเภทต้ม” เฮ็ดจังได๋ให้แซ่บ

อาหารอีสานที่เรานึกถึงเป็นอันดับแรกคือ ส้มตำปูปลาร้า ลาบ น้ำตก แต่คงไม่มีใครนึกถึงเมนูต้มๆ แกงๆ ของอีสาน ที่ว่าแซ่บคักๆ แล้ว ยังทำง่ายอีกด้วย วัตถุดิบก็หาได้จากตลาดใกล้บ้าน แค่นี้ก็ได้เมนูต้มของอีสาน ซดน้ำปลาร้าผสมน้ำใบย่านาง ฟินสุดๆ ไปเลย

 

1.สูตร อ่อมไก่

ส่วนผสม

  • ไก่บ้านสับ จะใส่เครื่องในด้วยก็ได้ 300 กรัม
  • น้ำซุป 2 ถ้วยตวง
  • ผักชีลาว สักสองกำมือ
  • ใบแมงลัก แล้วแต่ชอบ ใส่เยอะก็หอม
  • ต้นหอมหั่นเป็นท่อน ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ หั่นเป็นท่อน ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแกงอ่อม ใช้พริกอีสาน หอมแดงแกะเปลือก ตะไคร้ซอย โขลกให้ละเอียด

วิธีทำ

  1. ใส่น้ำซุปลงในหม้อแล้วตั้งไฟให้เดือด ใส่พริกแกงอ่อมลงไปละลาย
  2. ใส่ตะไคร้ลงไปต้มให้หอม ใส่ไก่และเครื่องในลงไปเคี่ยวเรื่อยๆ ให้นุ่ม ไก่บ้านเนื้อจะเหนียวต้องเคี่ยวใช้เวลา
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า เกลือ ใส่ผักชีลาว ใบแมงลัก ต้นหอมหั่นเป็นท่อนลงไปคนให้เข้ากัน หรือชิมรสชาติถ้ายังไม่แซ่บจะใส่พริกอีสานทุบหยาบๆ ลงไปเพิ่มก็ได้

 

2.สูตร แกงหน่อไม้ใบย่านาง

ส่วนผสม

  • หน่อไม้ 200 กรัม (ปอกเปลือกแข็งออก ต้มน้ำสัก 2 น้ำ เอาความขมออกก่อน)
  • น้ำซุป 2 ถ้วยตวง
  • ใบย่านาง เอามาคั้นน้ำ 2 ถ้วยตวง
  • ชะอม ผักต่างๆ แล้วแต่จะใส่ ชอบอะไรก็ใส่เยอะหน่อย
  • พริกแกงอีสาน ใช้หอมแดง พริกอีสาน และเกลือสมุทร ตำรวมๆกัน
  • เห็ดฟาง
  • ผักต่างๆ ที่หาได้
  • ใบแมงลัก
  • น้ำปลาร้า
  • ตะไคร้
  • ข้าวเบือ หรือข้าวเหนียวแช่น้ำทิ้งไว้ แล้วเอามาตำให้แหลก

วิธีทำ

  1. ตำพริกแกงอีสาน โดยใช้หอมแดง พริกอีสาน และเกลือสมุทร ตำรวมกัน
  2. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่พริกแกงที่ตำลงไป จากนั้นก็ใส่ ตะไคร้ และหน่อไม้ เคี่ยวจนหน่อไม้เปื่อยนุ่ม
  3. ใส่ข้าวเบือ เพื่อให้น้ำแกงเข้มข้น ใส่ผักต่างๆ ใบแมงลัก และเห็ด ลงไป คนให้เข้ากัน
  4. ใส่น้ำใบย่านาง ต้มจนเดือดแล้วปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า เกลือ และน้ำปลาเล็กน้อย เสร็จแล้วยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

 

3.สูตร ข้าวปุ้นนํ้ายาไก่

ส่วนผสม

  • ไก่บ้านสับ 300 กรัม
  • เครื่องในไก่บ้าน
  • น้ำซุป 3 ถ้วย
  • น้ำปลา
  • น้ำปลาร้า
  • ดอกเกลือ
  • กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทยปอกเปลือก 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกอีสาน 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย
  • พริกแห้ง
  • เส้นข้าวปุ้น
  • ผักแนม ผักชีลาว ใบแมงลัก ถั่วฝักยาว ใบโหระพา ผักกาดดอง หรือผักอื่นๆ ตามชอบ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำซุปให้เดือด ใส่พริกแห้ง กระชาย ตะไคร้ซอย หอมแดงซอย กระเทียม และพริกอีสาน
  2. ต้มไว้สักพัก จากนั้นก็นำขึ้นมาตำให้ละเอียดจนกลายเป็นพริกแกง
  3. น้ำซุปที่ต้มเครื่องแกงที่เหลือ เอามาตั้งไฟอีกครั้ง จากนั้นก็นำพริกแกงที่ตำละเอียดใส่ลงไปละลายในน้ำซุป
  4. ใส่ไก่ เครื่องในไก่ เสร็จแล้วก็เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนเนื้อไก่เปื่อยนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำปลาร้า โรยด้วยต้นหอม ผักชี
  5. ตักน้ำยาไก่เสิร์ฟพร้อมกับข้าวปุ้นและผักแนมต่างๆ

 

4.สูตร ต้มเครื่องในไก่บ้านมะขามอ่อน

ส่วนผสม

  • เครื่องในไก่ และไก่สับติดกระดูกจะได้หวานน้ำต้ม 500 กรัม
  • ใบมะกรูด 10 กรัม
  • พริกอีสานทุบ 10 กรัม
  • ข่า 20 กรัม
  • เกลือ 5 กรัม
  • ตะไคร้ทุบหยาบ 20 กรัม
  • น้ำซุป 5 ถ้วยตวง
  • มะขามสด 2-3 ฝัก
  • น้ำมะขามเปียก 10 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีฝรั่ง 10 กรัม
  • น้ำปลาร้า 5 ช้อนโต๊ะ
  • เห็ดฟาง หรือเห็ดอื่นๆ ที่หาได้

 

วิธีทำ

  1. นำไก่บ้านไปผัดกับสมุนไพรต่างๆ ทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ในกระทะไม่ต้องใส่น้ำมัน ผัดให้หอม เติมน้ำซุป ปล่อยให้เดือดแล้วใส่เครื่องในไก่ลงไป
  2. ตามด้วยเห็ดและเกลือเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาร้า ใส่มะขามสดลงไป แล้วตามด้วยผักชีฝรั่งและพริก

 

5.แกงลาวเห็ดเผาะไข่มดแดง

ส่วนผสม

  • หั่นเห็ดเผาะให้สะอาดแล้วผ่าครึ่ง 2 ขีด
  • ไข่มดแดง 1 ขีด
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ทัพพี
  • ชะอม ผักหวาน เห็ดสามอย่าง
  • น้ำใบย่านาง (หากหาไม่ได้ใช้น้ำต้มกระดูกหมูก็ได้ค่ะ)
  • ซีอิ๊วขาว
  • เกลือ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำใบย่านางให้เดือด ใส่เห็ดเผาะ และเห็ดสามอย่างลงไป ต้มจนเห็ดสุก
  2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือและน้ำปลาร้า (ใส่ซีอิ๊วขาวขาวและเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเดี๋ยวจะเค็มเกินไป พร้อมกับชิมรส
  3. ตามด้วยผักต่างๆ ที่เลือกนำมาทำ เช่น ชะอม ผักหวาน ที่เป็นผักสำคัญที่ขาดไม่ได้
  4. และตามด้วยไข่มดแดงเทลงไปในหม้อ ต้มไปสักพักแล้วตักขึ้นใส่ชามเสิร์ฟ

 

6.แกงเปรอะ

ส่วนผสม

  • หน่อไม้ต้มใบย่านาง
  • ฟักทอง
  • ใบแมงลัก
  • กุ้งสด
  • พริกแห้ง
  • ตะไคร้
  • แป้งข้าวเหนียว
  • ข้าวคั่วป่น
  • น้ำปลาร้า

วิธีทำ

  1. นำหน่อไม้ พริกแห้งสับหยาบ และตะไคร้หั่นยาวนำขึ้นตั้งไฟให้เดือด
  2. พอหม้อหน่อไม้เดือดก็ลดไฟลงกลางๆ ต้มต่อจนฟักทองสุก
  3. ใส่กุ้งสดลงไป แล้วใช้แป้งข้าวเหนียวละลายน้ำเทลงไปในหม้อผสมให้เข้ากัน น้ำแกงจะข้นขึ้น
  4. ใส่ข้าวคั่วป่น ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า อาจจะใส่น้ำตาลลงไปนิดหน่อย
  5. ชิมรส สุดท้ายใส่ใบแมงลัก ปิดฝา ยกลงตักทานร้อนๆ กับข้าวเหนียว
Please follow and like us:

มื้อกลางวันยอดฮิตที่หลายคนไม่รู้ว่ากี่แคลอรี่

เมนูตามสั่งหรือที่เรียกติดปากกันว่าอาหารตามสั่ง หาได้ง่ายๆ มีแทบทุกซอกซอย ถือเป็นอาหารจานหลักในมื้อกลางวันที่ทำง่าย รอไม่นาน จึงได้รับความนิยมค่อนข้างสูง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เมนูเหล่านี้มีปริมาณแคลอรี่เท่าไหร่ ถ้าต้องออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญ ต้องวิ่งไกลแค่ไหน ถึงจะเผาผลาญได้แบบ ไม่อ้วนลงพุง

11 กิโลเมตร คือระยะทางที่คุณต้องวิ่งเพื่อเผาผลาญแคลอรี่จากข้าวขาหมู 1 จาน (พลังงาน 690 กิโลแคลอรี่ โดยประมาณ)

62 กิโลเมตร คือระยะทางที่คุณต้องวิ่ง เพื่อเผาผลาญแคลอรี่จากข้าวมันไก่ 1 จาน (พลังงาน 596 กิโลแคลอรี่โดยประมาณ)

10 กิโลเมตร คือระยะทางที่คุณต้องวิ่ง เพื่อเผาผลาญแคลอรี่จากข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว 1จาน (พลังงาน 630 กิโลแคลอรี่ โดยประมาณ)

4 กิโลเมตร คือระยะทางที่คุณต้องวิ่ง เพื่อเผาผลาญแคลอรี่จากราดหน้าเส้นใหญ่ หมู 1 จาน (พลังงาน 397 กิโลแคลอรี่ โดยประมาณ)

หากไม่อยากกลายเป็นคนอ้วนลงพุง ในทุกๆ วันควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากคุณจะไม่อ้วนลงพุงแล้ว โรคภัยก็ไม่ถามหา สุขภาพร่างกายก็จะดีตามมาด้วย

Please follow and like us:

ม่วนใจ๋ อาหารเหนือ ไส้อั่วใช่ย่อย อร่อยยำยอดชา

คันตอนแรกลองชิมไส้อั่วก่อน ค่อยๆแซะได้กลิ่นเครื่องเทศลอยเตะจมูก เครื่องปรุงรสแต่ละอย่างประสานกันมาหอมกรุ่น คำแรกบอกให้รู้ว่ามีรสเผ็ดพองาม เรียกว่าเผ็ดไม่รุนแรงถึงกับสะอึก แต่ก็ไม่จางเกินไปจนเสียรสชาติ เป็นไปได้ว่า เป็นการปรุงเพื่อเอาใจลูกค้าคนเมือง ความกลมกล่อมลงตัวของเครื่องปรุง ประกอบด้วยเครื่องปรุง อาทิ พริก หอม ตะไคร้ กระเทียม กะปิ เกลือ กับเนื้อหมูที่ใส่ผสมเข้ามาอย่างพอเหมาะพอดี ทำให้กลายเป็นไส้อั่วน่าชิมอีกร้านหนึ่ง

 

สำหรับคนไม่ชอบรับประทานเผ็ดก็ไม่เป็นไร ทานไส้อั่วเข้าไปแล้วก็ตามด้วยแตงกวาสักชิ้นหรือสองชิ้น รสร้อนแรงก็จะค่อยๆคลายลง ส่วนคอเมรัยแดดอ่อนๆตอนเย็นๆ หากแวะเวียนไปก็ไม่น่าพลาดอาหารรายการนี้ เนื่องจากเหมาะเจาะกันดีกับแอลกอฮอล์ชนิดอ่อนๆ

หากมองหารายการอาหารพิเศษ ร้านนี้มียำยอดใบชาสูตรดั้งเดิม ทราบกันดีว่าภาคเหนือปลูกชากันไว้มาก ไม่ว่าจะเป็นชาอัสสัม ชาอูหลง หรือชาอะไรก็ตาม ยอดชามีคุณเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนำมาชงชาได้แล้ว ยอดชายังนำมายำได้อีกด้วย

 

Please follow and like us:

ประวัติอาหารอีสาน

สภาพภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสานนั้น ก็มีผลต่อการกินอาหารของผู้คนแถวๆ นั้นเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะพื้นที่บางแหล่งก็มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก โดยวัตถุดิบที่หากินได้ง่ายๆ นั้นส่วนใหญ่ก็จะหาได้จากแหล่งธรรมชาติได้แก่ ปลา แมลงต่างๆ พืชผักพื้นบ้าน รวมไปถึงการถนอมอาหารเช่น ปลาร้า ปลาเค็ม ปลาตากแดด เนื้อแดดเดียว หมูแดดเดียว เป็นต้น  เพื่อที่จะได้รักษาอาหารให้ไว้ได้กินนานๆ เลยทำให้การถนอมอาหารนั้นเป็นส่วนสำคัญมากต่อการอยู่การกินสำหรับคนอีสาน

คนอีสานส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกินข้าวเจ้ากันนะครับ เพราะจะกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักกัน ซึ่งการกินข้าวเหนียวของคนอีสานนั้นก็สามารถกินได้ทุกเมนู ไม่ว่าจะจิ้มกับอะไรก็อร่อยไปหมดซะทุกอย่าง จิ้มกับส้มตำก็แซ่บ จิ้มกับน้ำพริกก็แซ่บไปอีก ส่วนเนื้อสัตว์นั้นที่จะนำมาปรุงอาหารก็จะหาจากตามธรรมชาติเช่น กบ  เขียด แย้ และแมลงต่างๆ นั่นเอง

รสชาติของอาหารอีสานส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปทางเค็มนะครับโดยความเค็มนั้นก็น่าจะมาจาก น้ำปลาร้าที่แซ่บๆ นัวนิแหละครับคือสูตรเด็ดที่ทุกๆ บ้านต้องมีติดไว้ ส่วนรสเผ็ดที่นี้ก็จัดว่าสุดยอดนะครับกินส้มตำที ควันออกหูเลย โดยสมัยก่อนคนอีสานนั้นก็จะนิยมทำปลาร้าหมักไว้กินเองแต่ในปัจจุบันรูปแบบของปลาร้านก็มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้ส่งออกไกลไปยังต่างประเทศอีกด้วย แถมยังมีรูปแบบและเพจเกจบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม และรสชาติที่กลมกล่อม เอาเป็นว่า อาหารอีสานนั้นก็เด็ดไม่แพ้ภาคไหนของประเทศอย่างแน่นอน ยิ่งส้มตำ นั้นก็มีให้กินทุกซอกทุกมุมของประเทศไปแล้วอีกด้วย

Please follow and like us:

กินป้องกันโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง ซึ่งอาจเกิดจากโครงสร้างภายในของกระดูกถูกทำลาย หรือเกิดการสลายตัวจนทำให้เนื้อของกระดูกมีลักษณะเป็นรูพรุน มีผลทำให้กระดูกส่วนต่างๆ มีภาวะแตกหักง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ ส่งผลต่อบุคลิกภาพ ปวดหลังบ่อยๆ กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกแขน ขา กระดูกสะโพก กระดูกหลังเปราะหักง่าย บางคนอาจเดินไม่ได้ จากสถิติของWHO พบว่าภาวะโรคกระดูกพรุนเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี เป็นต้นไป หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โดยพบ 1 ใน 3 ของผู้หญิง ส่วนผู้ชายพบ 1 ใน 8

ประเภทอาหารที่จำเป็นต่อกระดูก

แคลเซียม

มีบทบาทและหน้าที่ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน แหล่งอาหารที่ให้แคลเซียม เช่น นม โยเกิร์ต ถั่ว ธัญพืชต่างๆ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง ที่สามารถรับประทานได้ทั้งกระดูก

วิตามินดี

เป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น วิตามินดีได้จากแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าประมาณ 10-15 นาที ก็ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินดี คือ น้ำมันตับปลา ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาซาดีน แซลมอน แมคเคอเรล ปลาทูน่า และพืชที่มีวิตามินดีสูง เช่น เห็ด ( มีสารเออโกสเตียรอล )

แมกนีเซียม

มีสารสำคัญในการผลิตพลังงาน สร้างโปรตีน ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อ พบมากใน ธัญพืช แป้ง อาหารทะเล

ทองแดง แมงกานีส สังกะสี

ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ในกลไกการสร้างกระดูกและช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน แหล่ง

 

อาหาร ได้แก่ ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วลันเตา ธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียว บล็อคโคลี สาหร่ายทะเล เต้าหู้ และน้ำนมเต้าหู้ ที่ได้จากถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวน ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกโดยตรงและช่วยเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน

ถ้าไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุนก็ต้องเริ่มสะสมแคลเซียมตั้งแต่วัยเด็ก และควรสะสมให้เหมาะสมตลอดช่วงอายุ รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เสริมด้วยการออกกำลังกายให้เหมาะสมเพื่อโครงสร้างของกระดูกและร่างกายที่แข็งแรง

Please follow and like us:

การกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

อาหารเป็นสิ่งที่รับประทานเข้าไปแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยควบคุมอวัยวะต่างๆของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ อาหารเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเรา ซึ่งในแต่ละวัยร่างกายต้องการอาหารในปริมาณและสารอาหารที่แตกต่างกันไป

การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกายของคนเรา เป็นต้นว่าเนื้อ นม ไข่ ถั่ว (โปรตีน) เป็นหมู่ที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตจึงเหมาะสำหรับเด็กถ้าเด็กขาดหมู่นี้มักจะตัวเล็กและแคระแกรน ในกรณีเนื้อราคาแพงใช้ถั่วทดแทนได้หรือกรณีกินเจหรือมังสวิรัติ ส่วนผู้ใหญ่ควรเน้นพวกแป้งและน้ำตาล(คาร์โบไฮเดรต)เนื่องจากอาหารหมู่นี้ให้พลังงาน

ส่วนผักและผลไม้ซึ่งให้เกลือแร่และวิตามินนั้นจะช่วยให้ระบบขับถ่ายได้ดีถ้าขาดหมู่นี้จะทำให้ท้องผูกถ้าท้องผูกบ่อยๆเป็นระยะเวลานานกากอาหารที่หมักหมมในลำไส้ใหญ่ จะสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ในคนที่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์ยกเว้นปลา มักจะพบกับปัญหานี้เสมอ เพราะฉะนั้นผักและผลไม้จะช่วยได้ ส่วนไขมันซึ่งทำให้ร่างกายอบอุ่นควรรับประทานแต่น้อยถ้ารับประทานมากจะทำให้อ้วน (โรคอ้วน)

ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในการรับประทานอาหาร ปิ้ง ย่าง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ต่างๆควรหลีกเลี่ยงเนื้อที่ไหม้ดำหรือรมควันเนื่องจากจะเป็นต้นเหตุของสารก่อมะเร็ง ควรงดเว้นอาหารรสจัดเนื่องจากจะส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆเป็นต้นว่าเค็มจะอันตรายต่อไตอย่างนี้เป็นต้น

การรับประทานอาหารให้เกิดผลดีต่อสุขภาพควรรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ให้ได้ทั้งปริมาณทั้งคุณภาพ ปราศจากสารพิษปนเปื้อน ถ้าตามใจปากจะมากจะเป็นโรค สุขภาพจิตที่ดีอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์

Please follow and like us:

ก้อยหอย แห่งอีสานที่ทำมาจาก หอยเซอร์รี่ที่เป็นศัตรูข้าว

ก้อยหาย หรือ ลาบหอย คล้ายลาบปลาหมึก แต่เปลี่ยนวัตถุดิบจากปลาหมึก เป็นหอย หอยที่ใช้ ใช้หอยขมก็ได้ หอยเชอรี่ก็ได้ แต่ที่ผมทำมันเป็นหอยของเกาหลี เหมือนหอยเชอรี่

 

ส่วนผสม

  1. หอยต้มสุก แกะแล้ว 5 ขีด
  2. พริกป่น 5 ช้อนโต๊ะ
  3. ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  6. น้ำปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ผักชี 2 ต้น

 

วิธีทำ

 

1.นำหอยที่ต้มสุกจากที่ซื้อมา มาลวกอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าสุกและ

  สะอาดจริงๆแล้วเอามาสะดุ้งน้ำเย็น

 

2.ปรุงน้ำลาบ นำพริกป่น น้ำมะนาว น้ำปลาร้า(ทางเราใช้น้ำปลาร้า

  นางฟ้า เพราะที่เกาหลีหาซื้อง่ายสุดแล้ว)น้ำปลา น้ำตาล ผสมคลุก

  เคล้าให้เข้ากันในชามใหญ่

 

3.พอเครื่องปรุงเข้ากันดี เรานำหอยที่เราพักไว้ มาผสมคลุกเคล้า ให้

  เข้ากับน้ำ

  ลาบ แล้วตามด้วยข้าวคั่ว ผักชี ชิมรสชาติ ตามชอบ

 

4.ตักใส่จาน เสริมพร้อมผักสด

Please follow and like us:

20 ศัพท์อาหารอีสานที่คออาหารอีสานต้องรู้

เตรียมตัวจกข้าวเหนียว พร้อมกับทำความรู้จักกับ 20 ศัพท์อาหารอีสาน อาหารสุดฮิตไม่ว่าจะไปที่ไหน เราก็มักจะเห็นร้านอาหารอีสานอยู่ทุกที่ หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักศัพท์อาหารอีสาน ทั้งการออกเสียงและความหมายพร้อมกับหน้าตาอาหารแต่ละเมนู รับรองว่าต่อไปนี้สั่งอาหารให้อีสานแบบแซบ ๆ ได้เลย ไปเบิ่งกันโล้ดสู

 

1.ข้าวเหนียวดำ

 

ถ้าหากนึกถึงภาคอีสานต้องนึกถึงข้าวเหนียวกันแน่นอนค่ะ ข้าวก่ำ หรือ ข้าวเหนียวดำ เมล็ดข้าวมีสีม่วงดำ นิยมรับประทานในรูปของขนมหวานมาก ถึงเป็นที่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับข้าวเหนียวขาว เแต่ข้าวเหนียวดำมีประโยชน์ทางโภชนาการสูงมากเลยทีเดียว

 

2.ส้มตำ

 

อาหารขึ้นชื่อของภาคอีสานอย่าง ส้มตำ คนอีสานจะนิยมเรียกว่า ตำบักหุ่ง ในภาษาอีสานเรียก มะละกอ ว่า บักหุ่งหรือหมากหุ่ง มะละกอตำให้เข้าเครื่องกับปลาร้านัว ๆ เป็นเมนูที่กินง่าย อาหารหลักของคนอีสานกันเลยค่ะ

 

3.ตำกระท้อน

 

กระท้อน หรือ หมากต้อง ในภาษาอีสาน เป็นการตำส้มตำลาวแบบใส่ลูกกระท้อนลงไปแทนเส้นมะละกอดิบ ตำให้เข้ากับเนื้อกระท้อนที่มีรสชาติเปรี้ยวชวนน้ำลายสอและปลาร้ายิ่งเพิ่มระดับความแซ่บเข้าไปอีก รสชาติจัดจ้าน โรยด้วยถั่วและปลากรอบเพิ่มความฟิน

 

4.ตำสัปปะรด

 

นอกจากส้มตำหลากหลายประเภทแล้ว ก็ยังมี ตำสัปปะรด ที่คนอีสานมักจะเรียกว่า ตำ – หมาก – นัด เนื่องจากภาษาอีสานเรียกสัปปะรดว่า หมากนัด ตำสัปปะรด คือ ส้มตำที่ใส่สับปะรดสุกแทนมะละกอดิบ คล้ายกับตำกระท้อน แต่จะมีความหวานอมเปรี้ยวซ่อนอยู่

 

5.ส้มตำใส่ขนมจีน

 

หลายคนอาจจะคุ้นหน้า แต่ยังค่อยรู้จักชื่อเท่าไหร่ ตำซั่ว จากที่คนอีสานจะนิยมกินขนมจีนคู่กับส้มตำอยู่แล้ว ก็ได้เพิ่มความนัว ด้วยการนำเส้นขนมจีนเข้าไปตำเป็นลำดับสุดท้าย โดยตำไม่ให้เส้นขนมจีนเละจนเกินไป ขนมจีนจะเข้าเครื่องกับส้มตำมากกว่า การกินคู่กับส้มตำแบบปกติ

 

6.เนื้อแดดเดียว

 

วิธีการถนอมอาหารอีกอย่างหนึ่งของชาวอีสานคือวิธีการตากแห้ง การทำซิ้นหลอดก็มีหลายสูตรแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ซิ้นหลอด ภาษากลางนิยมเรียก เนื้อแดดเดียว นั่นเอง เป็นการนำเนื้อวัวหรือหมูมาตากจนแห้ง นำมาทอดหรือย่างให้สุก รสชาติเค็มแต่มีความกลมกล่อม กินคู่กับข้าวเหนียวร้อน ๆ หรือจะกินเป็นกับแกล้มก็เข้ากัน

 

7.ซอยจุ๊

 

ซาซิมิภาคอีสาน ซอยจุ๊ หรือ เนื้อดิบ เป็นการหั่นเนื้อดิบ (เนื้อวัว) เป็นชิ้นบาง ๆ พอดีคำ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว กินกันสด ๆ เนื้อวัวก็ต้องสด ๆ จะมีความหวานจากเนื้อวัวในตัว มักเสิร์ฟพร้อมสะไบนางและตับ

 

8.อ่อมเนื้อใส่เพลี๊ย

 

อุเพลี้ย หรือ อ่อมเนื้อ แต่มีเครื่องปรุงพิเศษที่ขาดไม่ได้คือขี้เพลี้ยหรือน้ำเพลี้ย มาจากลำไส้ของวัว ออกรสขมนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้ขมมากจนเกินไป มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใส่ผักพื้นบ้านหลายชนิด ใบชะพลู ข่า ตะไคร้ รสชาติกลมกล่อม ซดร้อน ๆ มีแฮงขนาด

 

9.หน่อไม้ต้ม

 

หน่อไม้ วัตถุดิบยอดฮิตที่นอกจากจะนิยมนำมาแกงแล้ว ยังนิยมเอาหน่อไม้สดมาต้มจิ้มกินกับน้ำพริก ภาษาอีสานเรียกว่า เซิ้มหน่อไม้ แต่จะต้องต้มไม่ให้มีรสชาติขม สีออกเหลืองน่ากิน ตามสูตรของแต่ละบ้าน กินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยได้ตามใจชอบ

 

10.ปลาร้าบอง

 

แจ่วบอง ปลาร้ามาสับผสมกับเครื่องเทศให้เข้ากัน รสชาติจะออกเค็มและเผ็ด คล้ายน้ำพริกของทางภาคกลาง อาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน ทำได้ง่าย กินง่าย จกข้าวเหนียวเเล้วจิ้มกิน ก็ทำให้อิ่มท้องได้ ปัจจุบันทำเป็นกระปุกสำเร็จรูป เป็นของฝาก เก็บไว้ได้นาน

 

11.ผักดอง

 

กิมจิภาคอีสาน คนอีสานก็จะเรียกกันว่า ส่ม – ผัก มีส่วนผสมของเกลือ ข้าวเหนียวสุกและน้ำซาวข้าว ทิ้งไว้ 2-3 วัน เพื่อรสชาติที่ดีและถือเป็นการถนอมอาหารอีกด้วย นิยมกินกับขนมจีน, ป่นปลาและน้ำพริก หรือจะตำใส่กับส้มตำก็ได้

 

12.ตำขนุนอ่อน

 

ตำขนุนอ่อน หรือ ซุปบักมี่ คนอีสานนิยมเรียก ขนุน ว่า บักมี่ เมนูง่าย ๆ คล้ายยำ โดยการนำขนุนไปตำให้เข้าเครื่อง บางพื้นที่โขลกให้เข้ากับเนื้อปลา ปรุงรสเพิ่มความนัวด้วยน้ำปลาร้า กินกับข้าวเหนียวและผักสด

 

13.ขนมจีน

 

ขนมจีน หรือ ข้าวปุ้น ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นขนม แต่จริง ๆ แล้วขนมจีนเป็นอาหารคาวค่ะ มีทั้งแบบแป้งหมักและแป้งสด กินคู่น้ำยาลาว พร้อมผักสด รสชาติเผ็ดจัดจ้าน หอมกลิ่นปลาร้า หรือจะกินแบบง่าย ๆ ด้วยการราดน้ำปลาก็เป็นที่นิยม อีกทั้งบางท้องถิ่นก็นิยมกินขนมจีนแทนข้าว ทำให้อยู่ท้องได้เช่นกันค่ะ

 

14.น้ำพริกปลา

 

ป่น ในภาษาอีสานแปลว่า ละเอียด ป่นปลา หรือ น้ำพริกปลา ปลาที่นิยมนำมาโขลก ปลาช่อน, ปลาดุก, ปลานิล, ปลาทูนึ่ง หรือปลาอื่น ๆ ที่หาได้จากในท้องถิ่น ไปเพิ่มรสชาติความนัวด้วยปลาร้า กินคู่กับผักสดหรือผักนึ่ง กินกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียว

 

15.ลูกตะคร้อ

 

บักค้อ เป็นชื่อเรียกภาษาอีสานของ ลูกตะคร้อ หรือ กาซ้อง คอส้ม มะเคาะ กาซ้อ ตะค้อ หมากค้อ เป็นต้น คนอีสานเรานิยมมาทำเป็นยำกินแบบง่าย ผสมน้ำปลา น้ำตาล พริกป่น และคลุกเคล้ากับลูกตะคร้อ รสชาติเปรี้ยว เป็นผลไม้ที่ชวนน้ำลายสอมาก ๆ เลยค่ะ  

 

16.ฟักทอง

บักอึ หรือ ฟักทอง พืชผักสวนครัวโบราณ นำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน ของหวานที่นิยมจากฟักทอง ฟักทองสังขยา ฟักทองเชื่อม ถ้าหากเป็นอาหารคาวจะนิยมนำมาลวกหรือนึ่ง กินกับน้ำพริก แกงเลียง แกงส้ม

 

17.ซุปมะเขือเปราะ

 

ซุปมะเขือเปราะ หรือ ซุปบักเขีย คล้ายน้ำพริก แต่ใช้มะเขือเปราะต้มสุกเคล้ากับเครื่อง มีกลิ่นหอมจากปลาร้า กินได้ทั้งข้าวสวยและข้าวเหนียว มีสรรพคุณช่วยแก้ท้องผูกได้อีกด้วย

 

18.แหนมหมู

 

เมนูโปรดของหลายคน แหนมหมู เป็นการถนอมอาหารของชาวอีสาน การนำหนังหมูและเนื้อหมู คลุกเคล้าผสมกับกระเทียมบด ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ หมักจนมีรสเปรี้ยว (คำว่า ส่ม ในภาษาอีสานแปลว่า เปรี้ยว) ระดับความเปรี้ยวขึ้นอยู่กับระยะเวลา ห่อด้วยใบตองสด กินเล่นหรือนำไปประกอบอาหาร เพิ่มรสชาติด้วยพริกและกระเทียมสดเป็นเครื่องเคียง

 

19.คันแทนา

 

อาหารอีสานที่หากินได้ยาก คันแทนา ส่วนหนึ่งของเครื่องในวัว บริเวณกะเพราะอาหาร สามารถประกอบอาหารได้หลายอย่าง ทอด ลวก ต้ม กินคู่กับแจ่วและข้าวเหนียวร้อน ๆ

 

20.ห่อหมกลูกอ๊อด

 

อาหารอีสานตามฤดูกาล ส่วนใหญ่แล้วที่มีเฉพาะหน้าฝน หมกลูกอ๊อด หรือ ลูกกบ ทำความสะอาดเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก หลังจากนั้นนำมาปรุงรสใส่เครื่องเทศต่าง ๆ เช่น ตะไคร้ ใบหอม พริกสด ตามใจชอบ ห่อด้วยใบตอง ย่างบนไฟอ่อน ๆ แซ่บอีหลี

Please follow and like us:

10 อาหารเพื่อสุขภาพ กับ เคล็ดลับดีๆ ที่ไกลโรค

1. น้ำสะอาด

สุขภาพสร้างได้ไม่ยาก เริ่มจากการดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวัน น้ำจะช่วยเข้าไปฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตและระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เป็นตัวช่วยให้ออกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายได้ง่ายมากขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณเราสดใสบํารุงสมองสดชื่น สร้างภูมิคุ้นกันที่ดีให้แก่ร่างกายอีกด้วย

2. บล็อกโคลี

ผักสีเขียวน่ารับประทานยอดนิยมที่เต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย เป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ หรือวิตามินเค มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยดูแลบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่าง ๆ มะเร็งปอดจากสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ที่มีอยู่ภายในอีกด้วย บล็อกโคลีช่วยทำให้ร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยบำรุงกระดูกและระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย

3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็น บลูเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ แครนด์เบอร์รี่ หรือสตรอเบอร์รี่นั้น ถือได้เป็น เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ผิวพรรณให้ดูสดใส รวมไปถึงวิตามินซีที่มีอยู่สูงมากภายในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหาร ดูแลลำไส้ ระบบขับถ่ายรวมไปถึงลดอาการปวดหัว และบรรเทาไข้หวัดด้วย

4. โยเกิร์ต

นับว่าป็น เมนูเพื่อสุขภาพ ที่สามารถหาทานได้ง่าย และ หาซื้อติดบ้านไว้ยาก ทานได้ทุกช่วงเวลา สำหรับโยเกิร์ตที่มีให้เราเลือกหลายรูปแบบ คุณรู้หรือไม่ครับว่า ภายในโยเกิร์ตนั้นเต็มไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ที่มีคุณประโยชน์สูง ทั้งโพแทสเซียม วิตามินบี12 ฟอสฟอรัส รวมไปถึงโปรตีน ช่วยทำให้ร่างกายของคุณมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง สุขภาพดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งยังดีต่อผิวพรรณ ความงามอีกด้วย

5. ถั่ว

ถั่ว ถือว่าแหล่งของธาตุเหล็กและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เป็นสารอาหารที่ช่วยให้การส่งออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง บำรุงหัวใจ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี บำรุงลำไส้อีกด้วย

6. คะน้า

ผักที่นิยมนำมาปรุงอาหารเป็นอย่างมาก มีรสชาติกรอบอร่อย เป็น อาหารเพื่อสุขภาพที่หาซื้อได้ไม่ยาก ภายในคะน้ามีสารเบต้าแคโรทีนอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยในการลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร ทั้งยังมีแคลเซียมสูงช่วยในการ บำรุงกระดูกและข้อต่อ มีวิตามินที่ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกายอีกด้วย

7. ฝรั่ง

ผลไม้ที่เราสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก มีราคาถูก ออกผลตลอดปี เรียกได้ว่าเป็นสุดยอด ผลไม้เพื่อสุขภาพ ที่เต็มไปด้วยวิตามินซี และใยอาหาร รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระในการช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของเม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้นกันต่อโรคต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ช่วยในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ดี ดีต่อสุขภาพฟัน และผิวพรรณอีกด้วย

8. ส้ม

เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมวิตามินซีคุณภาพสูงที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก มีไฟเบอร์อยู่เป็นจำนวนมาก เต็มเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการฟื้นฟูและสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ป้องกันผิวพรรณจากแสงแดด ฟื้นฟูและปรับสภาพผิว ดีต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายเป็นอย่างมาก

9. ชา

การดื่มชาสักหนึ่งแก้วต่อวัน ในปริมาณที่เหมาะสมนั้น เป็นการช่วยอาการหลงลืม ฟื้นฟูความจำ ลดความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์ และยังช่วยดูแลและฟื้นฟูสุขภาพฟันให้แข็งแรง บำรุงกระดูก อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย

10. ไข่ไก่

อาหารง่าย ๆ ที่หาได้ไม่ยาก อีกทั้งราคายังไม่แพงอีกด้วย ภายในไข่ไก่นั้นเต็มไปสารอาหารคุณภาพมากมาย เต็มเปี่ยมไปด้วยโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงสายตา เพิ่มกล้ามเนื้อและพลังสมอง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันผิวพรรณเวลาโดนแสงแดดทำร้ายอีกด้วย เราสามารถนำไข่ไก่มาปรุงอาหารได้หลากหลาย ลองทานเมนูไข่ดาว ไข่ต้มหรือไข่ลวก วันละ 1-2 ฟอง ตอนเช้า รับรองเลยว่าคุณจะรู้สึกมีพลัง กระปรี้กระเปร่าและนำมาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน

 

Please follow and like us:

6 อาหารที่ไม่มีประโยชน์!! บั่นทอนร่างกายทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

อาหารถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายของเราอย่างมากเพราะเราต้องการพลังงานเพื่อใช้ในการทำทุกอย่างของร่างกายและนั่นจึง เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นตัวช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง บำรุงฟื้นฟูระบบส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย แต่ทั้งนี้การรับประทานอาหารนั้นก็ไม่ได้ดีต่อสุขภาพเสมอไป เพราะถ้าหากเราไม่รู้จักที่จะเลือกรับประทาน อาหารที่มีประโยชน์ และตามใจปากโดยที่ไม่รู้เลยว่าอาหารที่คุณคิดว่าอร่อยที่สุดนั้น อาจจะเป็นสาเหตุของโรคร้ายในร่างกายคุณก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับที่ควรรู้กับ 6   “อาหารที่ไม่มีประโยชน์” บั่นทอนร่างกายทำลายสุขภาพ จะมีอาหารอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

1. ทูน่า

ทูน่า อาหารยอดนิยมที่ทั้งไทยและต่างประเทศนิยมนำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายจานเด็ด แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทางการสหรัฐอเมริกา ถึงกับออกมาประกาศเตือนเลยว่า ปลาทูน่า เป็นอาหารที่อันตรายอย่างมาก ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ เด็ก และผู้สูงอายุ ควรที่จะหลีกเลี่ยงและทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะว่า ปลาทูน่าเป็นปลาที่มีขนาดเล็ก มีหลายสายพันธุ์และเต็มไปด้วยสารปรอทสูงเป็นอันตรายต่อระบบประสาท การเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก และส่งผลกระทบต่อการคลอดบุตรของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์รวมไปถึงบั่นทอนสุขภาพของลูกน้อยภายในครรภ์ด้วย

ต้องบอกเลยว่าเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่เราควรให้ความระวังอย่างมาก ซึ่งอย่างไรก็ตาม ปลาทูน่าก็เต็มไปด้วยสารโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายแต่ทั้งนี้เราควรเลือกรับประทานอย่างพอเหมาะ และคัดเลือกเฉพาะปลาที่สดใหม่ในการนำมาปรุงเมนูรับประทานเท่านั้น

2. ไอศครีม

ไอศกรีม เมนูยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัยที่ในปัจจุบันนี้ได้ออกจำหน่ายมาหลากหลายยี่ห้อและรสชาติ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าภายในไอศครีมเต็มไปด้วยไขมันสูงเกินกว่า 50% ที่ร่างกายต้องการ มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำ ส่งผลให้เกิดภาวะโรคอ้วน น้ำหนักที่มากขึ้น น้ำตาลในเลือดที่สูงรวมไปถึงส่งผลให้เกิดผิวหนังเหี่ยว ริ้วรอยก่อนวัยอันควร หน้าตาไม่สดใสอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรบริโภคอย่างพอดีไม่มากเกินวันละครั้ง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด และเพื่อสุขภาพที่ดี

3. ขนมขบเคี้ยว

ขนมกรุบกรอบขบเคี้ยว และของหวาน เป็นอาหารยอดนิยมที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชื่นชอบกันอย่างมาก ทั้งในการรับประทานเล่นหรือในระหว่างการทำงาน ซึ่งคุณรู้หรือไม่ ขนมเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคอ้วน ความดันโลหิต โรคเบาหวาน และเต็มไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรที่จะรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะหรือทานนาน ๆ ครั้งจะดีมาก ถ้าหากคุณอยากหาขนมหรือของทานเล่นในช่วงเวลาพักผ่อน ทำงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ก็ลองรับประทานผลไม้สดแทน ที่มีให้เลือกหลายรสชาติ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากมาย รวมไปถึงรสชาติที่อร่อยแบบสุขภาพดีไม่แพ้ขนมขบเคี้ยวเลยทีเดียว

4. น้ำอัดลม

น้ำอัดลม เครื่องดื่มยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวันที่สร้างความสดชื่นและแก้ความกระหายได้ดียิ่งนัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าภายในน้ำอัดลมนั้นเต็มไปด้วยสารอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อร่างกายมากมาย เป็นสาเหตุในการเกิดโรคเบาหวาน โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน โรคอ้วน ระบบลำไส้และระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพอย่างยิ่ง นอกจากที่จะไม่ให้ประโยชน์อะไรเลย ยังทำลายร่างกายส่วนต่าง ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการเครื่องดื่มที่แก้กระหายรสชาติดีก็อาจจะลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้คั้นสด ที่นอกจากสดชื่นไม่แพ้กัน มีรสชาติอร่อยแล้วยังดีต่อสุขภาพภายใน ช่วยแก้ร้อนในและดับกระหายแบบสุขภาพดีอีกด้วย

5. ฟาสต์ฟู้ด

ในปัจจุบันนี้ ฟาสต์ฟู้ด เป็นอาหารยอดนิยมที่ใคร ๆ ก็ชอบรับประทาน เพราะนอกจากจะรวดเร็ว สะดวก รับประทานง่าย แล้วยังเต็มไปด้วยเนื้อเน้น ๆ ความอร่อยแบบเต็มที่และอิ่มท้องอีกด้วย แต่คุณทราบหรือไม่ว่า อาหารฟาสต์ฟู้ด ที่ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ ฮอตดอก เฟรนฟรายซ์ และอื่น ๆ อีกมากมายนั้นเต็มไปด้วยแป้ง น้ำมัน ไขมันที่มีใช้วิธีการทอด ใช้น้ำมันเยอะ ๆ นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารน้อยแล้ว ยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิต กรดไหลย้อน สมองเสื่อม และโรคอันตรายอื่น ๆ อีกมากมาย

ที่ต้องบอกเลยว่า หากจะรับประทานแบบนี้ควรที่จะนาน ๆ ทานทีมากกว่า แลควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะถ้าหากเรายังนิยมในการรับประทานอาหารเพื่อความรวดเร็วและสะดวก สุดท้ายก็อาจจะสร้างผลร้ายต่อสุขภาพของเราโดยไม่รู้ตัว

6. ของหมักดอง

อาหารหมักดอง ที่ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้หมักดองหรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากกรรมวิธีในการทำที่จะไม่สะอาดแล้ว ยังเต็มไปด้วยน้ำตาลและโซเดียมที่มากเกินควบคุมด้วย เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางเดินระบบอาหาร โรคท้องร่วง โรคมะเร็ง เบาหวาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ลองหันมารับประทานเป็นอาหารสุกใหม่ หรือผลไม้สดจะดีกว่าการรับประทานของหมักดองที่จะนำสารพิษมาสะสมในร่างกายเราโดยไม่รู้ตัว

เป็นอย่างไรบ้างครับ.. สำหรับ 6 อาหารที่ทำลายสุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพดีที่เราควรระวัง นอกจากนี้เราควรที่จะเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ห้ามละเลยการทานอาหารเช้า งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 แก้วและที่สำคัญนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียดด้วยนะครับ

Please follow and like us:

9 ร้านอาหารคาว-หวาน เปิด 24 ชม โดนใจสายยังไม่ได้นอนเลยจะ 10โมงเช้า !!

วันนี้ เราจะมา เผยร้าน อาหาร เหมือนจะลับแต่ไม่ลับ ที่ทีเด็ดนอกจากรสชาติแล้ว คือมันเปิด 24 ชม. !!

เหมาะกับหนุ่มนักเล่นเกมส์ ยามดึก   สาวๆ ที่อกหักอยากหาที่ระบาย ในช่วงกลางคืน

จะมี ร้านไหน และอยู่ที่ไหนบ้าง ถามมาเลยค่าา

 

 

Happy Suki

ดึกๆจะหาสุกี้กินได้ที่ไหน ด้วยราคาบุฟเฟ่ต์สุกี้เพียง 199 บาทต่อท่าน ที่สามารถทานได้ทุกเมนูของทางร้านแบบจัดหนักในเวลา 120 นาที และยังมีติ่มซำที่ราคาเข่งละ 16 บาท เท่านั้น! เคยไปลองทานมาแล้วค่ะคอนเฟิร์มว่าถึงแม้ราคาจะถูกแสนถูกแต่วัตถุดิบ และคุณภาพของอาหารถือว่าดี และประทับใจจนอยากกลับไปทานอีก แถมเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ!

         โดยเฉพาะ “หมูซาเต” ของร้านนี้เด็ดจริงที่เนื้อหมูจะนุ่ม แต่ได้รส และกลิ่นของซาเตซึ่งเป็นเครื่องหมักจากประเทศจีน ส่วนหมูสามชั้น และหมูสันคอสไลด์ก็อร่อยเลิศค่ะ รวมไปถึงอาหารทะเลที่ถึงแม้ขนาดจะไม่ใหญ่มากนักแต่รับประกันความสด ทานสุกี้ควบคู่กับติ่มซำ พูดเลยว่าสแว้กแก้ก

ที่อยู่ต้นซอย ประดิษฐ์มนูธรรม15 ถนน ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

 

 

My café The library

ร้าน My cafe ร้านที่ความพิเศษอยู่ที่ตู้หนังสือขนาดใหญ่ ที่มีให้อ่านได้ฟรีเลยค่ะ แถมที่นั่งก็มามากมายสามรถเลือกมุมได้ใจชอบ

ที่อยู่: สาขา1 : the library นวมินทร์ ซิตี้อเวนิว สาขา2 : the music gallery สี่แยกรัชดา cmyk hotel

 

 

Fu.5 Coffee

 

ร้าน Fu.5 Coffee เป็นการตกแต่งร้านสไตล์โมเดิร์น ให้ดูโปร่ง โล่ง สบายตา โดยการดีไซน์ร้านให้สามารถนั่งได้หลายๆ คน อาหารและเครื่องดื่มที่นี่มีให้เลือกหลากหลายเมนูเลยจ้า ไม่ต้องห่วงว่ามานั่งนานๆ แล้วจะหิวเลย อิอิ ความพิเศษของร้านนี้นอกจากจะเปิดบริการ 24 ชม. แล้วทางร้านยังมีปลั๊กไฟ และ wifi ไว้คอยบริการอีกด้วย

ที่อยู่99 ถนนรัชดาภิเษก แขวง ดินแดง เขต ดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

 

 

ก๋วยเตี๋ยวโกบู้รสซิ่ง

ขาดไม่ได้สำหรับที่นี่ คอดื่มจะค่อนข้างรู้จักเป็นอย่างดี ทีเด็ดที่นี่คือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่ ใส่ไข่ ออนเซ็นเข้าไปด้วยอร่อยเหาะ เลย แถม น้ำซุปที่มี กระเทียมฉึกๆเวลาเข้าปากไปอีก สร่างหายเป็นปลิดดทิ้งแน่นอนนน

 

 

Hollys Coffee

 

ร้าน Holly Coffee เเบรนด์ดังจากประเทศเกาหลี ร้านนี้มีหลายสาขามากๆ ที่สำคัญเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT เลยจ้า บางสาขายังเปิดบริการ 24 ชม. แถมยังมี ฟรี wifi อีกด้วย ร้านนี้มีทั้งของหวานและเครื่องดื่มที่เด่นเห็นจะเป็น บิงซู ของหวานสุดฮิตของใครหลายๆ คนเลย อิอิ

สาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชม. ดังนี้

1. สาขา สุขุมวิท ซอย 15 (ระหว่าง ซอย 15-17)

2. สาขา สยามกิตติ์ (ชั้น 1,ทางเข้าศูนย์ฯ)

3. สาขา เดอะ สตรีท รัชดาฯ (ชั้น B,ทางเข้าศูนย์ฯ)

 

 

ถูกและดี Foodland

ร้านถูกและดี มีอยู่ทุกสาขาใน Foodland ทั้งต่างจังหวัด และทั้งในกทม. เลยค่ะซึ่งในกทม. มีทั้งหมด 16 สาขา เลยที่เดียวคือเยอะมากกกกก ร้านถูกและดีเปิดบริการตลอด 24 ชม.บอกได้คำเดียวว่าถูกใจคนนอนดึกอีกแล้วววว หิวเมือไรก็ดิ่งๆ ไปที่ Foodland เลยอิอิ อะ อะ และถ้าคุณไม่ใช่คนนอนดึก   แต่กลับเป็นคนตื่นเช้าละก็ !!! ที่ร้านถูกและดีก็มีบริการอาหารเช้าให้อีกด้วยยยยย เอาเป็นว่าเอาทุกคนเลย อยากกินตอนไหนก้แวะมาได้ สบายยยยย

 

 

ข้าวต้มแปลงนาม 24 น.

ใครชื่นชอบ ข้าวต้ม และแสงสีของเยาวราชแนะนำร้านนี้เลย ทีเด็ดมาก เปิด ตลอด 24 ชม. มีเมนูให้เลือกเยอะมากมายถึง 40 เมนู เหมาะสำหรับ หนุ่มๆสาวๆ ที่ ปาตี้มา หมาด มาทาน อะไรอุ่นๆ อร่อยๆ ได้เลย ขอแนะนำ

ที่อยู่: แถววงเวียน 22 ซอย ไมตรีจิต เข้ามาอยุซ้ายมือ (ปากซอย โรงพิมไทยวัฒนาพานิช) กรุงเทพฯ

 

 

เจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ

สำหรับคอโจ๊ก แนะนำโจ๊กกองปรายเจ๊เกียงที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ยังคงความอร่อยได้ แบบไม่มี ลด ร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่เปิด 24 แถมที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหมูเด้ง ที่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกก และยังมี เครื่องเคียง ที่เติมได้แบบไม่อั้นอีก แนะนำ

ที่อยู่เลขที่ 114/6 ถนนโชคชัย 4

 

 

Think Thank

ร้าน Think Tank เป็นร้านที่เปิดบริการ 24ชม. อีกหนึ่งร้านที่มีความกว้างขวางสามารถรองรับลูกค้าได้เกือบ 200 คน และทุกโต๊ะมีปลั้ก และ wifi ทั้งร้าน นั่งชิลคิดงานได้ทั้งวันทั้งคืน ส่วนอาหารที่นี่ก็ขอบอกเลยว่าเด็ดมากก และยังมีอาหารเช้าบริการ ส่วนราคาก็เข้าได้กับทุกคน

ที่อยู่ถนนนางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ (ตรงข้าม ม.ราชมงคล

 

Please follow and like us:

9 คำศัพท์ BNK48 ที่โอตะหน้าใหม่หน้าเก่าต้องรู้!!

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครสามารถหยุดความร้อนแรงของเกิลส์กรุ๊ปญี่ปุ่น สัญชาติไทย อย่าง BNK48 ไปได้ด้วยเอกลักษณ์ความน่ารักเฉพาะตัวของน้องๆแต่ละคนทำให้เกิดแฟนคลับหรือที่เรียกว่า โอตะ ผุดขึ้นมายังกับดอกเห็ด แต่จะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ BNK48 ที่โอตะทุกคนต้องรู้และเข้าใจกับมันจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย!!

1. โอชิเมม หรือโอชิ เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในการบ่งบอกที่ความปลื้มชื่นชมในเมมเบอร์คนนั้นๆ ซึ่งสามารถมีกี่คนก็ได้ จะพูดคำว่าโอชิ ตามด้วยชื่อ ของเมมที่เราสนับสนุนอยู่ เช่น โอชิเฌอปราง

2. คามิโอชิ ใช้เรียก สมาชิกที่เป็นเบอร์หนึ่งในหมู่โอชิและสามารถมี คามิโอชิ ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น เช่น คามิโอชิของเรา คือ มิวสิค

3. ตันโอชิ ใช้ในกรณีเรียกเมมเบอร์คนเดียวเพียงคนเดียวในวง ที่รักคนเดียวไม่มีชื่นชอบในคนอื่นเช่น ชั้นตันโอชิ เฌอปราง คือชั้นสนับสนุนเฌอปราง และชื่นชอบเพียงคนเดียว

4. DD  เป็นคำที่ใช้เมื่อเราชอบเมมเมอร์เยอะมากๆ หรือจะเรียกว่า รักทั้งวงเลยก็ได้

5. เซ็มบัตสึ ในแต่ละซิงเกิ้ลนั้นจะมีการเลือกเมมเบอร์เพื่อออกเมมเบอร์เพียง 16 คน ซึ่งคือเซ็มบัตสึนั่นเอง ส่วนคนที่ติดจะได้ร้องเพลงอื่นๆ ในซิงเกิ้ลนั้นแทน

6. เซ็นเตอร์ ตำแหน่งเป็นตำแหน่งที่เด่นที่สุดของแต่ละซิงเกิ้ล ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งเซ็นเตอร์ คู่และเดี่ยว ขึ้นอยู่กับการประกาศของทางบริษัท

7.เคงคิวเซย์  คือเป็นสมาชิกที่เป็นเด็กฝึกหัดของวงและกำลังพัฒนาเพื่อให้เข้ากับวงหลัก และจะได้ชื่อ่ว่าเป็นสมาชิกอย่างเต็มตัว

8.โอชิเฮน เป็นการเลิกชอบเมมเบอร์อีกคนแล้วไปชอบ เมมเบอร์อีกคนแทน

9.โดนตก คือการได้พบการกระทำน่ารักๆ ของเมมเบอร์ จนทำให้เรารู้สึกชื่นชอบ นั่นเอง

 

Please follow and like us:

9 อันดับ ฮีโร่ ROV น่าเล่น ประจำ SEASONS 8

เรามาจัดอันดับ 9 ฮีโร่ที่เหมาะกับการเล่น โหมดจัดอันดับ ในซีซั่นใหม่นี้กันดีกว่าว่ามีอะไรน่าเล่นบ้าง  เรามาดูกันเลย

9.Maloch

เจ้าเก่าหน้าเดิม ที่คุณภาพถึงจะโดนเนิฟไปบ้าง แต่ยังมีประโยชน์ในเกมส์ทุกระดับอยู่ มันเป็นฮีโร่เอนกประสงค์ที่เป็นได้ทั้งกึ่งแท้ง ดาเมจ และสกิลยังสามารถเคลียครีบได้ไวอีกด้วย

8.Gilldur

คุณลุงปาทองของเขา แพตท์นี้เค้าได้รับการบัฟขึ้นมาในเรื่องสเตตัสและ เกราะพิเศษ ที่เพิ่มเข้ามาเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นระดับสูงนำลุงมาเล่นได้หลายมิติมาก นอกจาก เลนกลาง มันสามารถโมดิฟายตัวเองเป็นแท็งค์ ที่ เข้าออกไวและมีสกิล CC  ครบครัน

7.Chaugnar

ช้างยังเป็นฮีโร่ที่ซัฟพอร์ตครอบคลุมเหมือนเดิม เป็นPick แบนแรกๆ ในทัวนาเมนต์มันเป็นตัวละครยืดหยุ่นสูงสามารถแปลงตัวเองเป็นได้ทั้งแท็งค์ซัฟพอร์ต และแท็งค์ดาเมจ และอันติที่ล้างสถานะให้กับมันและเพื่อนร่วมทีม มันทำให้ทีมได้เปรียบมากขึ้น

6.Natalya

ฮีโร่ดาเมจเวท ที่มีพลังทำลายล้างสูงมากโดยมีเงื่อนไขในการใช้พอประมาณแต่ในระดับสูง มันฮีโร่ที่เคลียครีบเลนได้เป็นอย่างดี และเวทเต็มคอมโบของเธอคนนี้ สามารถละลายแท้งได้ในไม่กี่วินาที

5.Jinna

ฮีโร่ร้อนแรงประจำแพทต์นี้ของสายเวท ที่บัฟเพิ่มขึ้นมาทำให้อันติ ของเขาทำให้ตัวถึกขึ้นและเพื่มความเร็วเพื่อคลุกวงในศัตรู เพื่อสร้างความเสียหายในรูปแบบกลุ่มได้เป็นอย่างดี

4.Valhein

ฮีโร่ที่คนส่วนมากดูถูกในสมัยก่อน มันถูกบัฟและผู้เล่นระดับสูงมาศึกษาตัวละครนี้จริงๆจัง จนแปลงสภาพตัวเองมาเป็นสายไฮบริด ที่ป่วนด้วยเวทมนต์และทำดาเมจกายภาพได้พร้อมกัน

3.Slimz

ยังคงร้อนแรงมาจากแพทต์ที่แล้ว ยังเป็นฮีโร่ละลายแท้งและ พริ้วไหวเหมือนเดิม แต่ต้องใช้การเข้าใจและการยืนที่ค่อนข้างชำนาญจึงจะดึงความสามารถของกระต่ายน้อยตัวนี้ได้อย่างเต็มที่

2.Marja

ฮีโร่น้องใหม่ได้ไม่นานที่มีสกิลในการหลบ ทุกอย่างได้ และสร้างดาเมจแบบ Per. Sec และยังมีความถึกมากกว่าเมจทั่วไปจึงนำมาดัดแปลงเป็น ออฟเลนกึ่งแท็งค์ที่ยืนเลนแข็งมากๆ

1.Aleister

เมจเจ้าแห่งการ CC ที่เพิ่มบัฟสกิลที่อันติของเขาจะสามารถล๊อคได้โดยไม่มีอะไรมาขัดขวางเขาได้ และรวมถึงสกิลเดิมๆของเขา ทำให้สามารถเป็นตัวที่สามารถโซนได้ แทบจะดีที่สุดในเกมส์นี้เลยดีเดียว

 

Please follow and like us:

9 อันดับ Sneaker ที่แพงที่สุด ปี 2018 รอบแรก!!

ปัจจุบันตลาดค้าขาย Sneaker มีหลากหลายและการแข่งขันสูงมาก และกระแสตอบรับดีมากด้วยรูปลักษณ์และ ประวัติเรื่องราวของรองเท้าแต่ละคู่ทำให้มีความหมายและเรื่องราคาจะตามมาเป็นเงาตามตัว เรามาดูกัน ตอนนี้ มีรองเท้าคู่ไหนที่ราคาร้อนแรงที่สุด ในช่วง ครึ่งปีแรก บ้าง

9.Adidas Futurecraft 4D

รองเท้าวิ่งกึ่งแฟชั่น รุ่นใหม่ของ Adidas ที่ใช้วัสดุ และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ตอนออกมาเรียกเสียงว้าวให้กับ Sneaker Head ได้ทั่วทุ่งเลยทีเดียว ราคา ตอนนี้ ตกประมาณ 1200 เหรียญ

 

8.Air Jordan III “Seoul”

ประเทศเกาหลี ได้มีการจัด โอลิมปิค winter  และได้ทำการใช้โมเดล รองเท้า Air jordan และใช้แรงบัลดาลใจ ของธงชาติเกาหลีที่นำมาลงละลงตัวมาก แถมยังปล่อยออกมาเพียงนิดเดียวทำให้ ราคากระโดดพุ่งไปสูงมาก ราคา Resaleตอนนี้  ไปถึง 1400 เหรียญ

7.Balenciaga Triple S “White”

แบรนไฮเอนด์ ที่เป็นต้นกำเนิดของรองเท้าแนว DAD Shoes เป็นโมเดลต้นแบบที่ทำให้ หลายๆ แบรนด์เริ่มนำมาทำตาม ราคาตอนนี้ 1500 เหรียญ

6.Mr Porter x Balenciaga Triple S

อีกตัวหนึ่งของโมเดลนี้ คือ การจับมือร่วมกันระหว่าง Mrporter  ในโมเดล Triple S สุดยอดฮิต จนราคา Resale ตอนนี้ ขยับมาถึง 1700 เหรียญ

5.Nike Kyrie 3 “Ray Gun”

เป็นการจับมือกันระหว่าง ไนกี้และนักบาสชื่อดัง Kyrie Irving’s โดยมีชื่อว่า “Ray Gun”

ซึ่งราคาตอนปล่อยออกมานั้นแค่ 120 เหรียญ แต่ตอนนี้มันทะยานสูงถึง 1750 เหรียญเลยทีเดียว

4.Off-White x Air Jordan 1

ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ Air jordan 1 รุ่นยอดฮิตตลอดกาล ที่ ร่วม คอลแลบกับ ดีไซเนอร์ ร้อนแรงที่สุดแห่งยุค Virgil Abloh ซึ่งชื่อนี้ การันความ Hype ได้เป็นอย่างดี

ราคาตอนนี้ พุ่งสู่ 1800 เหรียญไปแล้ว

3.Y-3 Runner 4D

โมเดลใหม่กับ Y-3 Runner 4D ซึ่งใช้เทคโนโลยี uber-limited ซึ่งทำออกมาเพียง 200 คู่บนโลก ซึ่งมีการ Run Number ทุกคู่ Retail price 535$ แต่ราคา Resale price สูงถึง 1870$

2.N*E*R*D x Adidas Pharrell Hu NMD Trail “Homecoming”

ในโมเดล Hu NMD Trail กับ Pharrell ได้ทำร่วมกับ N.E.R.D และซึ่งปล่อยในร้านของ Pusha T’s Creme  เท่านั้น ราคาจึงขึ้นสูงไปมากกว่า 2000$

1. Nike Back to the Future   อันนี้ส่วนตัวแอดเอง อิอิ สำหรับตัวนี้ คือ  Nike Back to the Future ที่ไนกี้สานฝันคนดูหนังเรื่องดัง ได้สัมผัสกับของจริงที่คิดว่าจะมีแต่ในหนังออกมาแล้ว โดย ราคานิทะลุ ปรอทแตก แต่รายได้ จะทำการ บริจาคช่วยเหลือ ผู้ป่วย จนราคา เจ้านี่พุ่งไปสูง ถึง 8000 เหรียญ ไปแล้ว

 

Please follow and like us:

9 สุดยอดผลงานของ กราฟฟิตี้ เบอร์หนึ่งของโลก Banksy

Banksy ศิลปินกราฟฟิตี้ เบอร์หนึ่งของโลก ไม่เคยเห็นหน้าที่แท้จริงของเขา และผลงานของเขา ดาราหรือเซเลบิตี้ชื่อดังหลายคนบนโลก ต่างแย่งชิงผลงานศิลปะของเขา วันนี้เรามาเปิด 9 สุดยอดผลงานของ Banksy ว่ามีอะไรบ้าง

9. Sweep it Under the Carpet – London

ผลงานจิกกัดคนที่ได้รับการตอบรับชิ้นแรกๆ ของ Banksy มันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ผลงานศิลปะชิ้นนี้สะท้อนถึงจิตใจมนุษย์ ที่ทำอะไรก็ช่างมัน เก็บเข้าพรมไปก่อน

8.Bomb Hugger – London

ผลงานชิ้นนี้สะท้อนถึงสงครามและการก่อการร้าย ที่ Banksy ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ในผลงานหลายๆชิ้น

7.Napalm Girl

อีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนเรื่องสงครามเวียดนาม ที่ใช้ แบรนด์ของอเมริก จิกกัดโดยมีภาพสาวชาวเวียดนามที่เป็นรูปภาพที่ดีที่สุดในโลกในปี 2007

6.Think Tank (Blur Album Cover Art)

นิอาจจะเป็นผลงานชิ้นแรกของ Banksy ที่ทำให้โลกเวิดล์ไวด์ โดยเป็นภาพปกอั้ลบั้มวงร๊อค อัลเทอร์เนทีฟชื่อดังของ อังกฤษ Blur ในปี 1995

5.Death of a Telephone Box – London

เป็นการสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่โทรศัพท์มือถือเข้ามา มันคือการฆาตกรรม เทคโนโลยีรุ่นเก่าอย่างแท้จริง

4.Mona Lisa Showing Her Backside

ล้อเลียนรูปภาพ โมนาลิซ่า รูปภาพชื่อดังที่เป็นรูปหญิงสาวที่ใบหน้าและรอยยิ้มลึกลับที่สุดในโลก

3.Twin Towers – New York

ภาพรำลึกและเสียดสี เหตุการ์ณ 11 กันยา ที่เป็นเหตุการ์ณที่คนทั้งโลกเสียใจและไม่มีวันลืมเลือน

2.Israeli & Palestinian Pillow Fight – West Bank

เสียดสีและสะท้อนถึงสงคราม ของอิสราเอลและปราเลสไตล์ ที่มีเส้นกั้นสงครามที่ร้ายแรงเพียงแค่กำแพงกั้น

1.Rage, Flower Thrower – Jerusalem

ผลงานที่เป็นที่สุดของ Banksy ที่สะท้อนถึงความเป็นโลกตอนนี้ ที่ ควรจะเปลี่ยนเรื่องราวเลวร้ายให้กลายเป็นแค่ดอกไม้ให้แก่กัน โลกนี้ก็ดีขึ้น

 

Please follow and like us:

9 เบื้องหลังในวงการฮอลลีวู้ด ที่น่ารักกุ๊บกิ๊บที่คุณไม่รู้

วงการหนังฮอลลีวู้ดมีการเติบโตสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และสายตาทุกคู่บนโลกจะคอยจับตาดูวงการนี้อย่างเหนียวแน่นแต่จะมีใครรู้ไหมว่า ในหนังหลายๆเรื่องมีเบื้องหลังชวนอมยิ้มอยู่และคุณอาจจะไม่สังเกตุเลยวันนี้เราจะทำ ตัวอย่างมาให้ทุกคนชมกัน

1. สตีเวน ฮอฟกิ้น อนุญาติให้ทางทีมงานผู้สร้างหนัง The theory of everthing ใช้เสียงของเขา วิทยานิพนธ์ของเขา และ เหรียญแห่งอิสรภาพของเขาที่ได้รับจากประธานาธิปดี นำไปใช้ในภาพยนต์ซึ่งต่อมาเขา ได้เขียนจดหมายถึงผู้กำกับว่า เขารู้สึกทึ่งในการแสดงของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น์ จนรู้สึกว่า เขากำลังดูตัวเขาเองอยู่ในหนังเรื่องนี้

2.หนังเรื่อง Pursuit of Happyness ซึ่งเป็นหนังที่อิงเรื่องของจริง ของ คริส การ์ดเนอร์ พระเจ้าแห่งการเล่นหุ้นและ ในหนังเราจะได้เห็น การ์ดเนอร์ ตัวจริงเสียงจริง โดยจะเป็นฉาก ที่การ์ดเนอร์ในหนังกำลังหันไปมอง การ์ดเนอร์ตัวจริงอยู่

3.Titanic ช่วงเวลาของภาพยนต์เรื่องนี้คือ 2 ชั่วโมง 47 นาที คือระยะเวลาที่เรือไทนานิกจมลงหลังประทะกับภูเขาน้ำแข็ง จริงๆ และช่วงเวลา 37 วินาที ที่มีการเตือนก่อนที่จะชนภูเขาน้ำแข็ง ก็เป็นช่วงเวลาของจริงเช่นกัน

4.มีพาหนะ ที่เรียกว่ารถ จำนวน 270 คัน ถูกทำลายไปในการ ถ่ายทำภาพยนต์ The Fast the Furious ภาคที่ 7

5.คริสโตเฟอร์ วัลเคน ผู้รับบท Horseman ในหนังเรื่อง Sleepy Hollow ช่วงปี 1999 เขาไม่ได้รับค่าตัวในหนังเรื่องนี้เลย เพราะ ตัวเขาแค่ต้องการร่วมงาน กับ ทิม เบอร์ตัน เท่านั้น

6.ในหนังเรื่อง Iron man 2 จะมีฉากนึง ที่โทนี่ สตาร์ก ได้พบกับ ลีอนน มัสก์ ที่ร้านอาหารด้วย

7.หนังเรื่อง I am Legend  วิล สมิธ เข้าฉากกับเจ้าตูบ 4 ขา เกือบตลอดทั้งเรื่อง จนถึงขนาดว่าเขาต้องการจะซื้อสุนัขตัวนั้นจริงๆ แต่เขาไม่สามารถ โน้มน้าวกับ เจ้าของสุนัขได้

8.โยดา สุดยอดเจได ของ Star wars เป็นการสร้างโดยใช้ในหน้าของ สจรวร์ต ฟรีบอร์น ผู้สร้างและใบหน้าของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสัตร ชื่อดังมาผสมกัน

9.ในเรื่อง The pantom of the opera ทางทีมงานประสบความล้มเหลว ในการสร้างหุ่นที่เหมือนคริสติน ที่รับผท โดย เอมมี่ รอสซัม นักแสดงสาวเลยแก้ปัญหาด้วยการ แสดงเป็นหุ่นซะเอง

 

Please follow and like us:

9 สิ่งที่คุณขอได้ฟรี บนเครื่องบินที่คุณอาจไม่รู้

 

มาดู 9 สิ่งที่คุณขอได้ฟรี บนเครื่องบิน ความลับที่แอร์โฮสเตสไม่เคยบอก และเชื่อว่านักเดินทางหลายคนก็ไม่เคยรู้ ว่าเพียงแค่เอ่ยปากขอ คุณก็จะได้รับสิทธิ์นั้น!

อย่างไรก็ตามแต่ สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบด้วย ทั้งสายการบิน ระดับของสายการบิน (โลว์คอส หรือ ฟูลเซอร์วิส) และชั้นโดยสาร

 

1. ขอยาสามัญ หรืออุปกรณ์ทำแผล

ถ้ามีอาการปวดหัว ปวดท้อง เมาเครื่อง หรืออาการอื่นๆ ที่ไม่รุนแรงจนเกินไป คุณสามารถขอยากับพนักต้อนรับบนเครื่องบินได้ และหากผู้โดยสารเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ พนักงานทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีทั้งพลาสเตอร์ปิดแผล ผ้าพันแผล ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะเอ่ยปากขอ

2. ขอเค้กวันเกิด

ปัจจุบัน สายการบินเอมิเรตส์ และสิงคโปร์แอร์ไลน์ มีบริการให้คุณสั่งเค้กเนื่องในวันพิเศษต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบ แสดงความยินดี ฯลฯ แต่ต้องแจ้งทางสายการบินให้ทราบก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

3. ขอเติมน้ำดื่มใส่ขวด

นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณขอได้ฟรีบนเครื่องบิน ถ้าคุณพกขวดเปล่ามาเอง และอยากเติมน้ำ พนักงานก็ยินดีให้บริการ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสายการบินด้วย สายการบินโลว์คอสอาจทำไม่ได้

4. ขอเปลี่ยนที่นั่ง

สามารถย้ายที่นั่งไปนั่งข้างเพื่อน ครอบครัว หรือคู่รักของคุณ ถ้าที่นั่งตรงนั้นว่าง และสามารถขอสลับที่นั่งกับผู้โดยสารท่านอื่น โดยให้พนักงานช่วยประสานงานให้

5. ขออาหารเพิ่ม

ตามปกติถ้าเดินทางไกล สายการบินจะจัดเตรียมอาหารไว้ให้อยู่แล้ว แต่ในกรณีที่เราไม่อิ่ม มั่นใจเถอะว่าเราสามารถขอเบิ้ลได้ ถ้าเที่ยวบินนั้นมีผู้โดยสารไม่ขอรับอาหาร และบางสายการบิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟูลเซอร์วิส เราสามารถขอขนมถุง โค้ก กาแฟ ช็อคโกแลตร้อน หรือน้ำผลไม้ ได้เช่นกัน

6. ขอผ้าเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อ

พนักพิง ที่วางแขน ถาดอาหาร และทุกๆ ส่วนบริเวณที่นั่งของเราที่ต้องสัมผัส ถ้าเห็นว่าสกปรก เราสามารถขอผ้าเช็ดทำความสะอาดได้

7. ขอเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

สายการบินฟูลเซอร์วิสแทบทุุกสาย มีไวน์เสิร์ฟให้คุณฟรี ไม่ว่าคุณจะนั่งชั้นประหยัด หรือเฟิร์สคลาส บินในประเทศ หรือต่างประเทศก็ตาม เพียงแต่คุณต้องขอเท่านั้น

8. ขอแพทย์

ถ้ามีอาการเจ็บป่วยรุนแรง หรือเกิดเหตุฉุกเฉินไม่คาดคิด ระหว่างการเดินทาง เราสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้โดยสารที่เป็นแพทย์ได้ ซึ่งบางทีแอร์ฯ ก็เป็นคนประกาศหาแพทย์ให้ค่ะ

9. ขอผ้าเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อ

พนักพิง ที่วางแขน ถาดอาหาร และทุกๆ ส่วนบริเวณที่นั่งของเราที่ต้องสัมผัส ถ้าเห็นว่าสกปรก เราสามารถขอผ้าเช็ดทำความสะอาดได้

 

Please follow and like us:

9 สิ่งที่ผู้ชายไม่ควรทำตอนมีเซ็กส์

เพศสัมพันธ์ที่ดีต้องแฮปปี้และลงตัวกันทั้งสองฝ่าย แต่ส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นฝ่ายเดินเกม แล้วมักทำอะไรผิดพลาดให้แฟนสาวไม่พอใจอยู่เสมอ บางคู่ทะเลาะกันหนักถึงขั้นเลิกรากันเลยก็มี ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง มาดูกันว่าอะไรบ้างที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรทำขณะโยกอยู่บนเตียง

1. รีบเล้าโลม

เข้าใจว่านาทีนั้นข้างในมันร้อนรุ่มจนไม่อยากลีลาให้มากความ แต่อยากให้รู้ไว้ว่ามันคือความปรารถนาของผู้หญิงและรอคอยให้คุณมาเล้าโลมเธออยู่ การข้ามขั้นตอนอาจทำให้พวกเธอไม่แฮปปี้ได้ ดังนั้นหนุ่ม ๆ ควรทุ่มเทเวลาให้ตรงนี้อย่างน้อย 10-15 นาที ปูทางให้ครบทุกอย่างที่สาว ๆ ชอบ ทั้งบีบนวด ลูบไล้ พูดกระตุ้น ซึ่งพวกนี้จะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้อีกฝ่ายด้วย

2.เล่นเงียบ ๆ

พอเริ่มเกมผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเงียบขรึมในระหว่างการทำภารกิจ ในใจคุณอาจไม่คิดอะไรมาก แต่สำหรับสาว ๆ พวกเธอจะรู้สึกแปลก และเกิดความสงสัยว่าเธอทำให้คุณไม่ฟินหรือเปล่า ทางที่ดีหนุ่ม ๆ ควรส่งสัญญาณออกมาบ้าง ไม่จำเป็นต้องเว่อร์วังเกินความจริง แค่ปล่อยเสียงครวญครางเบา ๆ บ้างเป็นบางครั้ง แสดงให้คู่นอนทราบว่าคุณกำลังเพลิดเพลินกับการตีป้อมอยู่

3. มุ่งหน้าเข้าเส้นชัย

 ปล่อยเงียบอย่างเดียวไม่พอ หนุ่ม ๆ มักติดนิสัยเหยียบคันเร่งเดินเครื่องเต็มกำลัง มุ่งหน้าเข้าเส้นชัยโดยเร็ว ซึ่งมันอาจเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ชาย แต่หารู้ไม่ว่าฝ่ายหญิงทั้งกดดันและเหมือนถูกบังคับให้เสร็จตามไปด้วย เพียงแค่เธอไม่อยากขัดจังหวะคุณเท่านั้นเอง หันมาค่อย ๆ สนุกร่วมกันดีกว่า แล้วปล่อยจบในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะได้ฟินกันทั้งสองฝ่าย

4. มองข้ามความต้องการอีกฝ่าย

อย่ากลัวที่จะเอ่ยปากถามว่า จังหวะนี้รู้สึกอย่างไร ? หรือ ต้องการอะไรที่แตกต่างจากเดิมไหม ? เพราะบางทีพวกเธออาจคิดไม่ตรงกับคุณอยู่ก็ได้ หากละเลยจุดนี้อาจทำให้ฝ่ายหญิงเสร็จแต่ไม่สุด ทางที่ดีหมั่นสังเกตการตอบสนองของอีกฝ่ายเป็นประจำ ลองปรับจังหวะ เปลี่ยนท่า เติมความหลากหลาย หรือให้เธอเป็นฝ่ายบุกบ้าง ผลัดกันห้ำหั่นก็เป็นอะไรที่ไม่เลวเหมือนกัน

5. ไม่ใส่ใจกับการถอด

 หนุ่ม ๆ เคยรู้กันหรือเปล่าว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ลงทุนซื้อชุดชั้นในราคาแพง เพื่อให้คุณรู้สึกตื่นเต้น ประทับใจ และคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอทำเมินเฉยใส่มัน หรือไร้ทักษะในการถอด กระตุกแล้วเขวี้ยงทิ้งแบบไม่ไยดี ซึ่งทำให้พวกเธอหมดสนุกไปโดยปริยาย เรื่องนี้ไม่ซับซ้อนเลย เพียงแค่คุณค่อย ๆ ถอดมันออกช้า ๆ เล่นกับมันสักเล็กน้อย หรือลองเปลี่ยนไปใช้ปากแทนก็ได้ เชื่อไหมว่าหลังถอดเสร็จพวกเธอจะร้อนแรงขึ้น 10 เท่า

6.ไม่เป็นมิตรกับจุดซ่อนเร้น

ผู้หญิงเกือบทุกคนชอบการกระตุ้นบริเวณจุดซ่อนเร้น หนุ่ม ๆ สามารถ สัมผัส ลูบไล้ ได้หมดทุกส่วนระหว่างขึ้นสังเวียน เพียงแต่อย่าถือโอกาสนั้นเล่นรุนแรงกับเธอเด็ดขาด โปรดจำไว้เลยว่าอวัยวะเพศหญิงอ่อนโยนและไวต่อความรู้สึกมาก ดังนั้นยิ่งเล่นแรงเท่าไหร่ ยิ่งอันตรายและเจ็บปวดมากเท่านั้น เลิกซะนิสัยแบบนี้

7.เผลอพูดจาไม่เข้าหู

ในช่วงเวลาปกติคนเป็นแฟนกันก็มักจะพูดจาหยอกล้อ แซวกันขำ ๆ บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ระหว่างโยกเยกอยู่บนเตียงให้ระวังคำพูดเหล่านี้เอาไว้ซะ ลองนึกภาพตาม คนกำลังฟินมีความสุข อยู่ดี ๆ ก็พูดแทงใจดำกันซะอย่างนั้น เจอแบบนี้เป็นใครก็หมดอารมณ์ เปลี่ยนมาพูดชมเชยจุดเด่นของเธอกันดีกว่า รับรองหลังจากนี้เตียงโยกแรงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

8.ขาดการพัฒนา

ช่วงข้าวใหม่ปลามัน อะไร ๆ ก็ดีต่อใจไปหมด ลองผ่านช่วงโปรไปสักพักแล้วยังใช้แต่ท่าเซ็กส์ เดิมซ้ำ ๆ ดูสิ จะรู้เลยว่ามันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ๆ และอาจส่งผลให้ฝ่ายหญิงไม่ถึงจุดสุดยอดอีกด้วย มันคือการบ้านของผู้ชายที่ต้องพัฒนาให้การฟาดฟันกลับมาตื่นเต้นและสดใหม่อยู่เสมอ แนะนำให้เปิดตำราหาท่าใหม่ ๆ มาลองบ้าง ย้ายสถานที่สักนิด เพิ่มอุปกรณ์สักหน่อย ถ้าฝ่ายหญิงติดใจบอกเลยไม่ได้พักทั้งอาทิตย์แน่ ๆ

9.ลืมเสิร์ฟของหวานปิดท้าย

เหงื่อแตกแล้วแยกย้ายกันอาบน้ำ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวมาก ๆ ในสายตาผู้หญิง ! จำให้ขึ้นใจเลยว่าสาว ๆ อยากเห็นคุณแฮปปี้ที่ได้ร่วมบรรเลงเพลงรักด้วยกัน ไม่ใช่เสพสุขอยู่คนเดียว กินเสร็จก็สะบัดก้นเดินหนีไป พวกเธอยอมสนองความต้องการของคุณแล้ว ก็ควรได้รับความรู้สึกดี ๆ ตอบแทนบ้าง หลังพ้นจุดสุดยอดก็จ้องตากับเธอสักหน่อย พูดจาหวาน ๆ กอดแน่น ๆ สักพัก แล้วคุณจะเข้าใจเองว่ามันสำคัญมากแค่ไหน

ทั้งหมดอาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ สำหรับผู้ชายอย่างเรา แต่มันมีผลต่อฝ่ายหญิงมาก ๆ รีบเช็กเลยครับว่าตัวเองทำข้อห้ามเหล่านี้อยู่หรือเปล่า แล้วก็ปรับเปลี่ยนซะก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปครับ

 

Please follow and like us:

9 ผลไม้ ไหว้แล้วรวย

 

1.แอปเปิล เป็นผลไม้ที่เชื่อกันว่าจะปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ออกไปให้พ้น และส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง

 

2.องุ่น เป็นผลไม้ที่เชื่อกันว่าจะช่วยให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งหน้าที่การงานและครอบครัว

 

3.ส้ม เป็นผลไม้ที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะว่าส้มในภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “ไต้กิก” แปลว่า เฮงๆ รวยๆ ดังนั้นส้มจึงเป็นผลไม้มงคลที่ถือว่า “ต้องมี” เป็นส่วนประกอบหลักในการบูชากราบไหว้เจ้า ไหว้พระ ในเทศกาลเช่น วันตรุษจีน วันสารท วันแซยิด และพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ

 

4.ทับทิม ผลไม้มงคลที่คนจีนเรียกว่า “เจี๊ยวลิ้ว” เชื่อกันว่าจะทำให้ครอบครัวอบอุ่น รักกันกลมเกลียว ไม่มีเรื่องขัดแย้งบาดหมางกัน

 

5.สาลี่ เป็นผลไม้มงคลที่คนจีนเชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภและพบเจอเรื่องดีๆ

 

6.กล้วย ด้วยลักษณะของผลไม้มงคลชนิดนี้ที่เป็นแบบหวีหรือเครือเกาะกลุ่มกันมาเป็นจำนวนมาก แถมเป็นผลไม้ที่สามารถแตกหน่อออกไปเรื่อยๆ ผู้คนจึงเชื่อว่า กล้วยจะช่วยทำให้มีบริวารที่ดี มีบุตรสืบสกุลต่อกันไปเรื่อยๆ

 

7.พลับ นั้นมีความหมายแฝงว่า แน่วแน่ จิตใจหนักแน่น พลับเลยถูกนำมาใช้บูชาไหว้พระ เพื่อเป็นสื่อขอพรให้พ้นอุปสรรคต่างๆนานาได้อย่างราบรื่น

8. ลิ้นจี่  เป็นผลไม้ชั้นสูงที่มักใช้ในงานต่างๆของขุนนางชั้นสูงตั้งแต่โบราณ ลิ้นจี่เป็นผลไม้มงคลที่มีสีแดงสด ซึ่งในวัฒนธรรมของคนจีน สีแดงเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล

 

9.สับปะรด มีรูปลักษณ์ที่คล้ายๆดวงตารอบตัว คนจึงเชื่อกันว่าผลไม้มงคลชนิดนี้จะช่วยให้เกิดความรอบคอบ รอบรู้ มองกาลไกล

นี่คือ ผลไม้มงคล เป็นเหล่าผลไม้ที่เหมาะสำหรับ ไหว้เจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และทำพิธีมงคล

9 ผลไม้มงคล แค่นึงชื่อและซื้อผลไม้เหล่านี้ ก็ได้รับโชค 2 ชั้นแล้ว เพราะว่าผลไม้เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะมีความหมายที่ดีเลิศ แต่ยังมีรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย ซื้อไปได้ทั้งโชคลาภและความอร่อย

Please follow and like us: